พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 อีกหนึ่งฉบับ ที่กำหนดให้รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ สามารถใช้ความเร็วบนทางหลวงชนบทได้ไม่เกิน 90 กม./ชม. ขณะที่ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) ให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม.

ขณะขับรถผู้ขับขี่ต้องมีเอกสาร

1. ใบอนุญาตขับรถ

2. สําเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถ

การใช้ไฟสัญญาณและสัญญาณมือของผู้ขับขี่

1. สัญญาณไฟให้สัญญาณไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังในทิศทางที่จะเลี้ยว

3.การให้สัญญาณตามข้อ 1 และ 2 ต้องให้สัญญาณก่อนที่จะเลี้ยวเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร และให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร

4.เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” ให้ผู้ขับขี่หยุดให้ทางแก่รถที่กําลังผ่านทางร่วมทางแยกจากทางด้านขวา และให้ทางแก่รถที่เลี้ยวขวาก่อน จึงจะเลี้ยวซ้ายผ่านไปได้

5.ในการเลี้ยวรถ ผู้ขับขี่จะต้องขับรถในช่องทางเดินรถที่ต้องการจะเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร

บริเวณห้ามกลับรถ

1.ในทางเดินรถที่สวนทางกันได้ห้ามกลับรถในขณะที่มีรถอื่นสวนทางมา หรือตามมาในระยะน้อยกว่า 100 เมตร

2.ในเขตปลอดภัยหรือที่คับขัน

3. บนสะพานหรือในระยะ 100 เมตรจากทางราบของเชิงสะพาน

4. บริเวณทางร่วมทางแยก เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรอนุญาตให้กลับรถได้

5. บริเวณที่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ

บริเวณห้ามแซง

1. ห้ามแซงด้านซ้ายเว้นแต่

- รถที่ถูกแซงกําลังเลี้ยวขวามาหรือให้สัญญาณจะเลี้ยวขวา

- ทางเดินนั้นได้จัดแบ่งเป็นช่องทางเดินรถในทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องทางขึ้นไป

 

2. ห้ามแซงเมื่อรถกําลังขึ้นทางชัน ขึ้นสะพานหรืออยู่ใกล้ทางโค้ง

3. ห้ามแซงภายในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงทางข้าม ทางร่วมทางแยก วงเวียนหรือเกาะที่สร้างไว้ หรือทางเดินรถที่ตัดข้ามทางรถไฟ

4. ห้ามแซงเมื่อมีหมอก ฝน ฝุ่นหรือควัน จะทําให้ไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะ 60 เมตร

5. ห้ามแซงเมื่อเข้าที่คับขันหรือเขตปลอดภัย

6. ห้ามแซงล้ำเข้าไปในช่องเดินรถประจําทาง

7. ห้ามแซงในบริเวณที่มีเส้นแบ่งช่องการเดินรถเป็นเส้นทึบ

ห้ามผู้ขับขี่ขับรถในกรณีใด

1. ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ เช่น ภายหลังจากรับประทานยาแก้ไข้หวัดในขณะง่วงนอน

2. ในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น

3. ในลักษณะกีดขวางการจราจร

4. โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

5. ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดาหรือไม่ อาจและเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน ได้พอแก่ความปลอดภัย

6. คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องรถ เว้นแต่เมื่อต้องการเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถหรือกลับรถ

7. บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันควร เว้นแต่รถลากเข็นสําหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ

8. โดยไม่คํานึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น

9. ในขณะที่เสพหรือรับเข้าร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ซึ่งวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทกลุ่มแอมเฟตามีน หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างอื่น (ยาบ้า)

10.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ

11. ขับรถบนไหล่ทาง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจร

12. ใช้ไฟฉุกเฉินขณะขับรถตรงไปเพื่อผ่านทางร่วมทางแยก

 

13. ขับรถแข่ง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจร

ในขณะที่ขับรถ ถ้าท่านเกิดอาการง่วงนอนควรปฏิบัติอย่างไร

จอดรถและพักผ่อนก่อนออกเดินทางต่อไป

ข้อห้ามของผู้ขับรถ

1. ห้ามอนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถขับรถของตน ห้ามใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถที่จัดทําขึ้นเอง

2. ห้ามใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถที่จัดทําขึ้นเอง

3. ห้ามให้ผู้อื่นใช้ใบอนุญาตขับรถของตน

4. ห้ามใช้รถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน

เมื่อผู้ขับขี่ต้องการจะจอดรถจะต้องปฏิบัติอย่างไร

1. ให้สัญญาณด้วยมือและแขนหรือสัญญาณไฟ (สัญญาณชะลอรถและยกเลี้ยว) ก่อนที่จะหยุดหรือจอดรถในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร

2. หยุดหรือจอดรถได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่กีดขวางการจราจร

3. จอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถและขนานกับขอบทางหรือไหล่ทางไม่เกิน 25 เซนติเมตร (เว้นแต่เป็นทางเดินรถทางเดียว และเจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้จอดรถในทางเดินรถด้านขวาได้)

4. ห้ามจอดในช่องทางเดินรถประจําทางในเวลาที่กําหนดให้เป็นช่องทางเดินรถประจําทาง

 บริเวณใดห้ามจอดรถ

1. บนทางเท้า

2. บนสะพานหรือในอุโมงค์

3. ในทางร่วมทางแยกหรือในระยะ 10 เมตรจากทางร่วมทางแยก

4. ในทางข้ามหรือในระยะ 3 เมตรจากทางข้าม

5. บริเวณที่มีเครื่องหมายห้ามจอดรถ

 

6. ในระยะ 3 เมตรจากท่อดับเพลิง

7. ในระยะ 10 เมตรจากที่ตั้งสัญญาณจราจร

8. ในระยะ 15 เมตรจากทางรถไฟผ่าน

9. จอดรถซ้อนกับรถคันอื่นที่จอดอยู่ก่อน (จอดรถซ้อนคัน)

10. บริเวณปากทางเข้าออกอาคารหรือทางเดินรถในระยะ 5 เมตรจากปากทางเดินรถ

11. ในที่คับขัน

12. ในระยะ 15 เมตรก่อนถึงบริเวณที่ติดตั้งป้ายหยุดรถประจําทางและเลยไปอีก 3 เมตร

13. ในระยะ 3 เมตรจากตู้ไปรษณีย์

14. ในลักษณะกีดขวางการจราจร

15. จอดรถทางด้านขวาในกรณีที่เป็นทางเดินรถสวนทางกัน

16. ระหว่างเขตปลอดภัยกับขอบทางหรือในระยะ 10 เมตรนับจากปลายสุดของเขตปลอดภัยทั้งสองข้าง

ผู้ขับขี่ซึ่งจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ

ที่ผู้ขับขี่อื่นสามารถเห็นรถที่จอดได้ชัดเจนไม่น้อยกว่าระยะ 150 เมตร  ผู้ขับขี่ที่จอดรถต้องเปิดไฟส่องสว่างโดยใช้โคมไฟเล็ก โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถ

บริเวณใดห้ามผู้ขับขี่หยุดรถ

1. ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถในกรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจําทาง

2. บนทางเท้า

3. บนสะพานหรือในอุโมงค์

4. ในทางร่วมทางแยก

5. ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามหยุดรถ

6. ตรงปากทางเข้าออกของอาคารหรือทางเดินรถ

 

7. ในเขตปลอดภัย

8. ในลักษณะกีดขวางการจราจร

ผู้ขับขี่จะต้องใช้ไฟแสงสว่าง (ไฟหน้าและไฟท้าย) เมื่อใด

ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150เมตร

การใช้เสียงสัญญาณของรถผู้ขับขี่ต้องใช้เสียงสัญญาณอย่างไร

ใช้เสียงแตรที่ได้ยินในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร ห้ามใช้เสียงสัญญาณไซเลน เสียงสัญญาณที่เป็นเสียงนกหวีด เสียงที่แตกพร่า เสียงหลายเสียงหรือเสียงสัญญาณอย่างอื่นตามที่อธิบดีกําหนด และให้ผู้ขับขี่ใช้เสียงสัญญาณได้เฉพาะจําเป็นหรือป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น และห้ามใช้เสียงยาวหรือซ้ำเกินควรแก่ความจําเป็น